27 ส.ค. 2569
การขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนจังหวัดสมุทรสงครามในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและการเปลี่ยนแปลงของภาคเศรษฐกิจ โดยบูรณาการการดำเนินงานของหน่วยงานในเครือข่ายกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การพัฒนากำลังคนตอบสนองต่อความต้องการของสถานประกอบการและประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
จากข้อมูลตำแหน่งงานว่าง Top 5 พบว่า ความต้องการแรงงานส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม การผลิต 360 อัตรา การขายส่ง 143 อัตรา การขายปลีก 66 อัตรา การซ่อมฯ 51 อัตรา และที่พักแรมและบริการด้านอาหาร 12 อัตรา สะท้อนให้เห็นว่าตลาดแรงงานจังหวัดยังมีความต้องการกำลังคนในภาคการผลิต การค้า การบริการ และงานช่างอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน เมื่อพิจารณาความต้องการพัฒนาฝีมือแรงงาน พบว่าหลักสูตรที่มีความต้องการสูง ได้แก่ Content Marketing และการขายออนไลน์ด้วย AI จำนวน 57 คน การทำผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อสุขภาพและความงาม 55 คน การประยุกต์ใช้งาน Internet of Things (IoT) สำหรับการเกษตร 51 คน การซ่อมบำรุงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) 44 คน และช่างไฟฟ้าภายในอาคาร ระดับ 1 จำนวน 43 คน แสดงให้เห็นแนวโน้มความต้องการทักษะทั้งด้านดิจิทัล เทคโนโลยีสมัยใหม่ เกษตรอัจฉริยะ ยานยนต์ไฟฟ้า และทักษะช่างพื้นฐาน
ดังนั้น การวางแผนพัฒนากำลังคนของจังหวัดควรให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง “ความต้องการแรงงาน – ความต้องการทักษะ – การจัดฝึกอบรม – การมีงานทำ” เพื่อให้การพัฒนาทักษะสามารถตอบโจทย์ตลาดแรงงานได้อย่างแท้จริง
ผลการดำเนินงานของหน่วยงานในเครือข่ายกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ปรากฏว่ามีการดำเนินงานทั้งด้านการพัฒนาบุคลากรและการศึกษา อุตสาหกรรมอื่น อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ และอุตสาหกรรมดิจิทัล โดยสัดส่วนการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมการพัฒนาบุคลากรและการศึกษา 44.6% อุตสาหกรรมอื่น 20% อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร 14.3% อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ 14.2% และอุตสาหกรรมดิจิทัล 6.9%
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าการขับเคลื่อนกำลังคนของจังหวัดมีลักษณะ บูรณาการตามบริบทเศรษฐกิจของพื้นที่ โดยเฉพาะการพัฒนาคนในภาคการผลิต อาหาร เกษตร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล
แม้จังหวัดจะมีการดำเนินงานพัฒนากำลังคนอย่างต่อเนื่อง แต่จากโครงสร้างความต้องการแรงงานและทักษะ พบว่ามีประเด็นที่ควรเร่งพัฒนา ได้แก่
ประการแรก การพัฒนาทักษะต้องสอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มการผลิตและงานบริการ ซึ่งมีตำแหน่งงานว่างจำนวนมาก จึงควรเชื่อมโยงข้อมูลตำแหน่งงานว่างกับการกำหนดหลักสูตรและจำนวนผู้เข้ารับการพัฒนา
ประการที่สอง ต้องเพิ่มทักษะด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีสมัยใหม่ เนื่องจากความต้องการพัฒนาทักษะมีแนวโน้มไปสู่ AI, การขายออนไลน์, IoT และ EV จึงควรส่งเสริมหลักสูตรที่ผสมผสานทักษะวิชาชีพกับทักษะดิจิทัล
ประการที่สาม ควรส่งเสริมการบูรณาการของหน่วยงานเครือข่าย เพื่อให้การจัดฝึกอบรมไม่เกิดความซ้ำซ้อน และสามารถใช้ทรัพยากร วิทยากร ฐานข้อมูล และสถานที่ฝึกอบรมร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อให้การพัฒนากำลังคนของจังหวัดเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม ควรดำเนินการใน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่
การขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนจังหวัดสมุทรสงครามควรปรับจากการ “จัดฝึกอบรมตามภารกิจ” ไปสู่ “การพัฒนากำลังคนตามความต้องการของตลาดแรงงาน” โดยใช้ข้อมูลตำแหน่งงานว่างและความต้องการทักษะเป็นฐานในการวางแผน เชื่อมโยงการทำงานของหน่วยงานเครือข่าย และติดตามผลลัพธ์หลังการพัฒนา เพื่อให้กำลังคนที่ผ่านการพัฒนาสามารถนำทักษะไปใช้ในการประกอบอาชีพหรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้จริง