| หน้าแรก > ข่าวประชาสัมพันธ์ |
|
Share
ทวีต
|
||
|
รง. ดีเดย์ ประกาศใช้ อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ อีก 20 สาขาอาชีพ 10 ส.ค.
หม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เผยในการแถลงข่าว อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ 20 สาขาอาชีพ เมื่อ 5 ส.ค. ที่มาว่า “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับมาตรฐานฝีมือแรงงาน แรงงานไทยต้องพัฒนาฝีมือมากขึ้น เพื่อให้ได้รับค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน และแรงงานต้องปรับตัวเรียนรู้ทักษะฝีมือเพิ่มเติม ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี เศรษฐกิจโลกยุคใหม่ ไทยแลนด์ 4.0 ที่จะนำคอมพิวเตอร์ และหุ่นยนต์มาใช้ในการทำงานมากขึ้น การใช้แรงงานไร้ฝีมือจะลดลง “การกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ” จะช่วยให้แรงงานไทย สนใจที่จะพัฒนาทักษะฝีมือเพิ่มขึ้น เพื่อได้รับค่าจ้างที่สูงขึ้นและเป็นธรรม เป็นขวัญกำลังใจในการทำงาน ส่งผลต่อการผลิตสินค้าและการให้บริการที่มีคุณภาพ ลูกจ้างและนายจ้างจะได้รับประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ส่วนผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้รับประโยชน์จากการซื้อสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศก็จะดีขึ้น ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงาน ได้ประกาศการกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ ซึ่งใช้บังคับไปแล้ว 35 สาขาอาชีพ และในวันที่ 10 สิงหาคม นี้ จะบังคับใช้อีก 20 สาขาอาชีพ ในกลุ่มอุตสาหกรรม ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ ยานยนต์ อัญมณี และกลุ่มโลจิสติกส์ ข้อดีของการกำหนดอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ คือ ลูกจ้างที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติในสาขาที่กำหนด ทั้งระดับ 1 และระดับ 2 จะได้รับค่าจ้างที่เหมาะสมเป็นธรรม สอดคล้องกับทักษะฝีมือ ความรู้ ความสามารถ ผู้ประกอบการสามารถคัดเลือกแรงงานที่มีฝีมือเข้าทำงาน ทำให้สินค้า บริการมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน ลดค่าใช้จ่ายด้านต้นทุนการผลิต เพราะไม่เกิดการผิดพลาดระหว่าง การผลิตและสามารถรักษาบุคลากรที่มีฝีมือไว้ได้ ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานฝีมือในสาขาอาชีพที่ขาดแคลน รองรับการพัฒนาประเทศตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งจะช่วยการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ด้าน นายถาวร ชลัษเฐียร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เผยว่า “ในภาคอุตสาหกรรม เรามี แรงงานที่มีฝีมือแต่เราไม่มี มาตรฐานที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่ละ สถานประกอบการจะมีแต่ มาตรฐานเฉพาะ เราอยากให้อุตสาหกรรมแต่ละประเภทมีมาตรฐานเดียวกัน มีอัตราค่าจ้างไปในทิศทางเดียวกัน การที่เราปรับค่าจ้างเพิ่มแต่แรงงานยังไร้ฝีมือ จะส่งผลต่อการเพิ่มผลิตภาพ และการแข่งขันในภูมิภาคอาเซียน ทุกวันนี้เราจ่ายค่าแรงสูงสุดในอาเซียน มาตรฐานฝีมือแรงงาน มีขึ้นเพื่อให้แรงงานพัฒนาตนเองให้มากขึ้น เมื่อฝีมือดี งานก็เพิ่มขึ้น สามารถเพิ่มผลิตภาพได้ สามารถแข่งขันในตลาดได้ สามารถขายสินค้าได้ รายได้ก็หมุนกลับเข้ามา ค่าจ้างจึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ถ้า มันสามารถเพิ่มผลิตภาพได้ การผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น จำนวนคนเท่าเดิม ผลผลิตมากขึ้น รายได้ก็เข้า สถานประกอบกิจการมากขึ้น เราต้องมองภาพใหญ่ เราจะเล่นแค่ค่าแรงขั้นต่ำไม่ได้ มันจะเป็นปัญหาต่อไป”
นางสาววนาวัลย์ ชุณหสกุลโชค ผู้บริหาร พีไอ อินดัสทรี ลิมิเต็ด เผยว่า“ในสถานประกอบกิจการด้านโลจิสติกส์ ทุกวันนี้แรงงานเราทำงานตามความเคยชินเป็นหลัก ใช้ประสบการณ์เป็นตัวบอกว่าทำได้หรือไม่ได้ ถ้าเรามีมาตรฐานฝีมือแรงงานมาเป็นเครื่องมือวัด ก็คาดหวังว่าจะช่วยยกระดับฝีมือของแรงงานเราได้อย่างแน่นอน” “อยากเชิญชวนให้ผู้ประกอบการจ้างแรงงานที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือและจ่ายค่าจ้างให้กับลูกจ้างตามอัตราค่าจ้างที่คณะกรรมการค่าจ้างกำหนดไว้ เพื่อคุ้มครองแรงงานกึ่งฝีมือ แรงงานฝีมือ ให้ได้รับอัตราค่าจ้างที่เหมาะสมเป็นธรรม กระตุ้นให้แรงงานไทยเห็นความสำคัญของการมีมาตรฐานฝีมือแรงงาน และ ขวนขวายที่จะพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากผู้ประกอบการไม่จ่ายค่าจ้างตามกำหนด ก็มีบทลงโทษตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ทั้งจำทั้งปรับ 100,000 บาท” ปลัดแรงงานกล่าวตอนท้าย
อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน 20 สาขาอาชีพ ใน 5 อุตสากรรม จำนวน 2 ระดับ
1.กลุ่มไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 4 สาขา 1.1 พนักงานประกอบอุปกรณ์ไฟฟ้าและแสงสว่าง (ระดับ 1 ค่าจ้าง 360 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 430 บาท) 1.2 พนักงานประกอบมอเตอร์สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า (ระดับ 1 ค่าจ้าง 370 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 445 บาท) 1.3 ช่างเทคนิคบำรุงรักษาเครื่องจักรกล (ระดับ 1 ค่าจ้าง 410 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 490 บาท) 1.4 ช่างเทคนิคระบบรักษาความปลอดภัย (ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท)
2.กลุ่มชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ จำนวน 4 สาขา 2.1 สาขาช่างกลึง (ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท) 2.2 ช่างเชื่อมมิก-แม็ก (ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท) 2.3 ช่างเทคนิคบำรุงรักษาเครื่องจักรกล (ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท) 2.4ช่างเทคนิคเครื่องกลึงอัตโนมัติ (ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท)
3.ยานยนต์ 3.1 ช่างเทคนิคพ่นสีตัวถัง (ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท) 3.2 ช่างเทคนิคพ่นซีลเลอร์ตัวถัง (ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท) 3.3 พนักงานประกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ยานยนต์(ขั้นสุดท้าย) (ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท) 3.4 ช่างเทคนิคเชื่อมสปอตตัวถัง (ระดับ 1 ค่าจ้าง 400 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 480 บาท)
4.อัญมณี 4.1 ช่างเจียระไนพลอย (ระดับ 1 ค่าจ้าง 420 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 550 บาท) 4.2 ช่างหล่อเครื่องประดับ (ระดับ 1 ค่าจ้าง 420 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 550 บาท) 4.3 ช่างตกแต่งเครื่องประดับ (ระดับ 1 ค่าจ้าง 420 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 550 บาท) 4.4 ช่างอัญมณีบนเครื่องประดับ (ระดับ 1 ค่าจ้าง 420 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 550 บาท)
5.โลจิสติกส์ 5.1 นักบริหารการขนส่งสินค้า (ระดับ 1 ค่าจ้าง 415 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 500 บาท) 5.2 ผู้ควบคุมรถยกสินค้าขนาดไม่เกิน 10 ตัน (ระดับ 1 ค่าจ้าง 360 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 430 บาท) 5.3 ผู้ควบคุมสินค้าคงคลัง (ระดับ 1 ค่าจ้าง 350 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 420 บาท) 5.4 ผู้ปฎิบัติการคลังสินค้า (ระดับ 1 ค่าจ้าง 340 บาท) (ระดับ 2 ค่าจ้าง 410 บาท).
ว้นที่ข่าว : 05/08/2559
|
||