การแสดงผล

+
-

ได้เวลา ช่างเชื่อมไทย เฉิดฉายในเวทีโลก เมื่อตลาดอุตสาหกรรมต่างประเทศจองตัว ทุ่มค่าจ้างจูงใจสูงลิ่ว

17 ก.พ. 2567 10:35:35

...

ได้เวลา ช่างเชื่อมไทย เฉิดฉายในเวทีโลก เมื่อตลาดอุตสาหกรรมต่างประเทศจองตัว ทุ่มค่าจ้างจูงใจสูงลิ่ว

 

ได้เวลาแล้ว ที่เราจะลบภาพของช่างเชื่อมที่ก้มหน้าก้มตา ทำงานหนัก มือไม้สกปรก แถมต้องเสียสุขภาพจากประกายไฟที่ต้องทำงานเชื่อม เพราะ ช่างเชื่อมไทย ในวันนี้ มีชื่อเสียงดังไกลไปทั่วโลก ด้วยฝีมือการทำงาน ทักษะการเชื่อมที่ละเอียด แม่นยำ งานดี ชนิดที่ช่างเชื่อมจากประเทศอื่นยากที่จะเทียบชั้น

ที่กล่าวมานี้ หลายคนอาจมองว่า “พูดเกินจริง” ไปหรือเปล่า? แต่ด้วยข้อเท็จจริงที่เราจะนำมาอัปเดตและยืนยันต่อไปนี้ เชื่อว่าจะทำให้ใครหลายคนหันมามองอาชีพช่างเชื่อม ว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่เป็นโอกาสของบุคลากรไทยที่สร้างรายได้ในระดับสูง ไม่แพ้อาชีพอื่นเลย

หมู่บ้านช่างเชื่อม แหลมฉบัง

ประกาศศักดา ช่างเชื่อมไทย ด้วยมาตรฐานงานเชื่อมที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกของคนจาก ชุมชนช่างเชื่อมแหลมฉบัง

จากบทความที่เว็บไซต์สาลิกาได้เคยนำเสนอไปในเรื่อง “‘หมู่บ้านช่างเชื่อม แหลมฉบัง’ ต้นแบบการเรียนรู้นอกห้องเรียน ที่พร้อมต่อยอดพัฒนา “ช่างเชื่อมรายได้สูง” แบบจับต้องได้ใน EEC” เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ที่มาก่อนกาล ซึ่งเน้นย้ำชัดเจนว่าฝีมือ ช่างเชื่อมไทย ดังไกลไปในระดับโลก และช่างเชื่อมที่เกิดจากการถ่ายทอดของ “ปราชญ์ชุมชน” แห่งนี้ ได้สร้างนิยามของ “ช่างเชื่อมรายได้สูง” ให้เกิดขึ้นแล้วในประเทศไทย
ที่แห่งนี้เป็นเหมือน “สมรภูมิ” ที่รวบรวมช่างเชื่อมฝีมือดี ผ่านประสบการณ์การทำงานในระดับโลกมาอยากโชกโชน ซึ่งพร้อมถ่ายทอดความรู้ที่สร้างงาน สร้างโอกาส ไปยังคนรุ่นใหม่และคนทุกช่วงวัยในชุมชน
ด้วยชัยภูมิของชุมชน ที่ตั้งอยู่ใกล้ ท่าเรือแหลมฉบัง พื้นที่นี้จึงเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่ยังเป็น “แหล่งงาน” สำคัญ ที่รวบรวมเอาช่างเชื่อมยอดฝีมือจากทุกสารทิศที่ล้วนตั้งใจมาทำงานในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่า “ช่างเชื่อม” เป็นอาชีพหนึ่งที่มีความสำคัญต่อหลายอุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมการเดินเรือ ต่อเรือ และอุตสาหกรรมปิโตรเคมี และลักษณะงานที่ช่างเชื่อมในแถบแหลมฉบังต้องทำ มีความท้าทาย ต้องการความชำนาญ และความละเอียด ผู้ที่จะมาเป็นช่างเชื่อมในพื้นที่นี้ได้ นอกจากจะมีรายได้สูงแล้วยังมี “ช้างเผือก” ที่เป็นยอดฝีมือซ่อนอยู่ในที่แห่งนี้อีกด้วย
ด้วยเล็งเห็น “โอกาส” ที่ซ่อนอยู่นี้ เมื่อปี 2021 คณะทำงานประสานงานด้านการพัฒนาบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC HDC จึงร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยอาชีวศึกษา ทั้งที่อยู่ในสังกัดภาครัฐและเอกชน ตลอดจน “ปราชญ์ชาวบ้าน” และช่างเชื่อมรุ่นพี่ จาก หมู่บ้านช่างเชื่อม แหลมฉบัง มาร่วมมือกัน ปรับรูปแบบการเรียนรู้เพื่อผลิตและพัฒนาทักษะช่างเชื่อมร่วมกัน ซึ่งคาดว่าจะทำให้การผลิตบุคลากรในเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ดร.ทรรศนะ บุญขวัญ ผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคโนโลยีวิศวกรรมแหลมฉบัง หรือ EN-TECH
โดยภารกิจนี้ ดร.ทรรศนะ บุญขวัญ ผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคโนโลยีวิศวกรรมแหลมฉบัง หรือ EN-TECH ได้กล่าวไว้ว่า “สถานการณ์ความต้องการช่างเชื่อมในตอนนี้ นอกจากไม่พอแล้ว ยังไม่โดนด้วย และวิทยาลัยที่เปิดสอนเพื่อผลิตช่างเชื่อม ก็ไม่ได้มีมาก แต่ละวิทยาลัยผลิตช่างเชื่อมได้ แค่ปีการศึกษาละ 20-30 คนเท่านั้น พอรู้แบบนี้แล้ว เราในฐานะ วิทยาลัยเทคโนโลยีวิศวกรรมแหลมฉบัง ที่เปิดสอนโดยมุ่งเน้นไปที่การผลิตช่างอุตสาหกรรม จึงอยากมีส่วนในการพัฒนาการศึกษาเพื่อผลิตช่างเชื่อม”
“โดยภารกิจนี้มีอีกหนึ่ง Key person คนสำคัญ คือ ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้มีประสบการณ์ในการทำงาน ช่างเชื่อม รายได้สูง “ครูเสน่ห์ ภู่ทอง” ครูช่างเชื่อม จากชุมชนแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ผู้มีความรู้ ประสบการณ์ การทำงานในเรือเดินทะเลขนาดใหญ่หลายประเทศทั่วโลก ในฐานะช่างเชื่อมประจำเรือ และเพื่อนๆ ช่างเชื่อมในชุมชน มาเป็นกำลังสำคัญในการเรียนรู้นอกห้องเรียน ร่วมอบรมว่าที่ช่างเชื่อมคุณภาพกับสถานศึกษาด้วย”
“ครูเสน่ห์ ภู่ทอง” ครูช่างเชื่อม จากชุมชนแหลมฉบัง จ.ชลบุรี
“สำหรับการเพิ่มกำลังการผลิตบุคลากรช่างเชื่อม แน่นอนว่าทางวิทยาลัยฯต้องร่วมมือกับทางสถานประกอบการ เพื่อจัดการเรียนในรูปแบบของ EEC Model Type A ซึ่งมีจุดเด่นชัดเจน ในลักษณะ Win : Win Situation อย่างภาคการศึกษา ก็จะมีความพร้อมด้านอุปกรณ์ การเรียนการสอน เพราะนักศึกษาจะได้เรียนรู้จากเครื่องมือหรืออุปกรณ์จริงที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรม”
บุญส่ง อาจหาญ และ ชัยพล หนูตะเภา ช่างเชื่อมผู้มีประสบการณ์ทำงานต่างประเทศ
ด้าน บุญส่ง อาจหาญ และ ชัยพล หนูตะเภา ช่างเชื่อมผู้มีประสบการณ์ทำงานต่างประเทศ รายได้สูง อยู่ในชุมชนแหลมฉบัง ได้ร่วมกันบอกเล่าเพิ่มเติมถึงจุดเด่นของ “ช่างเชื่อมไทย” ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก และชีวิตความเป็นอยู่ในเรือเดินทะเล สถานที่ทำงานเชื่อมว่า
“ช่างเชื่อมไทย ได้รับการยอมรับมากครับ ทั้งจากหัวหน้างานและเพื่อร่วมงานชาติอื่น เพราะคนไทยมีความละเอียด ความขยัน มีวินัย ไม่ขี้เกียจ อย่างถ้าถึงเวลาพักรับประทานอาหาร ถ้างานยังไม่เสร็จก็จะทำต่อจนเสร็จ และเวลาไปทำงาน ช่างคนไทย มักได้รับมอบหมายให้สอนช่างจากชาติอื่น”
“และในการทำงานจริง จะมีการแบ่งหน้าที่กันชัดเจน แต่ละฝ่ายก็จะรับผิดชอบงานของตนเอง งานก็ไม่หนัก ทำ 1 ชั่วโมง พักครึ่ง ชั่วโมง สลับกับเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน แถมถ้าทำงานเร็ว ก็มีสิทธิ์ได้โบนัสเพิ่มด้วย หัวใจสำคัญจึงอยู่ที่การทำงานเป็นทีม”

ปี 2567 ปีแห่งการต่อยอดโอกาสให้ “ช่างเชื่อมไทย” โกอินเตอร์ได้ต่อเนื่อง ด้วยกลไกการฝึกอบรมของ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน

และเป็นที่น่ายินดี กับข่าวอัปเดตล่าสุดที่มายืนยัน “ความเนื้อหอม” ของ ช่างเชื่อมไทย เมื่อ ข่าวจากระทรวงแรงงาน ยืนยันว่า ช่างเชื่อมไทยฮอต! ตลาดอุตสาหกรรมต่างประเทศ ทุ่มค่าจ้าง และมีความต้องการสูง ซึ่งทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน ได้เดินหน้าต่อยอดโอกาสให้กับ “ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมและทดสอบฝีมือเพื่อคนหางานด้านงานเชื่อม” ให้มีโอกาสได้ไปทำงานในต่างประเทศ
โดยล่าสุด พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบประกาศนียบัตรให้แก่ ‘แรงงานไทย’ ที่ผ่านการฝึกอบรมและทดสอบฝีมือเพื่อคนหางานด้านงานเชื่อม โดยในตอนนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 120 คน ที่ผ่านการทดสอบทักษะฝีมือเพื่อไปทำงานต่างประเทศ ด้านงานเชื่อม รวมถึงผ่านการอบรมในด้านอื่นๆ เพิ่มเติม อาทิ ผ่านการฝึกอบรมความรู้สัญญาณเครน (Rigger) การฝึกอบรมการขับรถบูมลิฟท์ เอ็กลิฟท์ การติดตั้งนั่งร้านแบบริงล็อค การเคลื่อนย้ายสิ่งของในที่สูง และความปลอดภัยในที่ทำงาน สามารถไปทำงานในต่างประเทศในฐานะแรงงานฝีมือ มีรายได้เลี้ยงตัวเองและส่งกลับมายังครอบครัว เพื่อนำรายได้เข้าสู่ประเทศต่อไป

อย่างไรก็ดี ในตอนนี้ทาง กรมพัฒนาฝีมือแรงงานได้จัดตั้ง สถานทดสอบฝีมือแรงงาน เคทีซี ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกำ จังหวัดปทุมธานี เป็นสถานทดสอบฝีมือคนหางานเพื่อไปทำงานต่างประเทศ ที่ได้รับอนุญาตให้เป็นสถานทดสอบฝีมือจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการทดสอบฝีมือคนหางาน ใน 4 สาขา ได้แก่
1. สาขาช่างเชื่อม มีทั้ง ช่างเชื่อมไฟฟ้า ช่างเชื่อมประกอบโครงสร้าง ช่างประกอบท่อ ช่างเชื่อมเอ็กซเรย์ ช่างเชื่อมก๊าซ ช่างตัดโลหะ ช่างทำท่อส่งลมและโลหะแผ่นบาง และช่างหุ้มฉนวน
2. สาขาช่างไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบด้วย ช่างไฟฟ้าอาคาร ช่างไฟฟ้าโรงงานหรือช่างไฟฟ้าอุตสาหกรรม และช่างทำความเย็นและปรับอากาศ
3. สาขาช่างยนต์ ประกอบด้วย ช่างเครื่องยนต์เบนซิน ช่างสีรถยนต์ พนักงานขับรถยนต์ และพนักงานควบคุมเครื่องจักรกลหนัก
4. สาขาช่างก่อสร้าง ประกอบด้วย ช่างเหล็กเสริมคอนกรีต ช่างไม้แบบ ช่างประปา (สุขภัณฑ์/เดินท่อ/ประกอบท่อ) ช่างปูกระเบื้อง ช่างฉาบปูน ช่างก่ออิฐ ช่างสีอาคาร ช่างประกอบนั่งร้าน และพนักงานให้สัญญาณเครน ซึ่งการทดสอบฝีมือดังกล่าวจะทำตามแบบที่นายจ้างกำหนด

ด้าน ไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า “กระทรวงแรงงาน ได้ร่วมกับสมาคมนายจ้างส่งเสริมแรงงานไทย จัดตั้งสถานทดสอบฝีมือแรงงานเคทีซี ซึ่งที่นี้เป็นทั้งศูนย์ฝึกอบรมและศูนย์ทดสอบฝีมือแรงงาน โดยเป็นความร่วมมือระหว่างกรมการจัดหางาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ในการพัฒนาศักยภาพของแรงงานก่อนจัดแรงงานไทยออกไปทำงานในต่างประเทศ”
“เนื่องจากในปัจจุบันสาขาช่างเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานอุตสาหกรรมในต่างประเทศ ซึ่งยังต้องการแรงงานรุ่นใหม่เป็นจำนวนมาก กระทรวงแรงงานจึงได้ร่วมมือกับภาคเอกชนในการให้แรงงานเหล่านี้ได้มา Up skill ให้สอดคล้องกับความต้องการของนายจ้าง เพื่อให้ได้รับค่าจ้างที่สูงขึ้น โดยเฉพาะเกาหลีใต้ และอีกหลายประเทศ ค่าจ้างเริ่มต้น 50,000 บาท ไปจนถึงหลักแสนบาทต่อเดือน”

ไฟล์แนบ :ประกาศอัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ-ฉบับที13