|
ก.แรงงาน เปิดตัวสามพันธมิตร สานพลัง สร้างแรงงานไทยแลนด์ 4.0
วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 ณ ห้องประชุมจอมพล ป.พิบูลสงคราม อาคารกระทรวงแรงงาน พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในการลงนามความร่วมมือทางวิชาการและการพัฒนาฝีมือแรงงานสาขาเทคโนโลยีชั้นสูง (สามพันธมิตร สานพลัง สร้างแรงงานไทย) ระหว่างกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน สถานประกอบการ และมหาวิทยาลัย พลเอก ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวหลังจากเป็นประธานในการลงนามความร่วมมือดังกล่าวว่าจากการที่รัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อนการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมของประเทศ โดยเน้นให้ความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ด้านกำลังแรงงานให้มีทักษะฝีมือเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ จึงประสานความร่วมมือกับสถานประกอบการ และมหาวิทยาลัยที่มีความเชี่ยวชาญทางวิชาการและสาขาเทคโนโลยีชั้นสูงเพื่อพัฒนาศักยภาพกำลังแรงงานให้มีความรู้ ความสามารถ และทักษะฝีมือสูงขึ้นเป็นแรงงานที่มีคุณภาพในการรองรับการขยายตัวด้านเศรษฐกิจในอนาคต ซึ่งจะสอดคล้อง 8 วาระ ปฎิรูป กระทรวงแรงงาน “เพิ่มผลิตภาพแรงงานสู่ ไทยแลนด์ 4.0” โดยมีการเปิดมิติใหม่ในการเชิญสถานประกอบกอบการ และมหาวิทยาลัย 152 แห่ง เข้าร่วมลงนามความร่วมมือ (MOU) กับ กระทรวงแรงงานโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) เช่น บริษัท เอสซีจี สกิลล์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด บริษัท บีเอ็มดับเบิลยู แมนู แฟคเจอริ่ง(ประเทศไทย)จำกัด บริษัท บุญถาวร เซรามิค จำกัด บริษัท มิตรผล จำกัด บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย(ท่าหลวง) จำกัด โรงพยาบาลยันฮี มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พลเอก ศิริชัย กล่าวต่ออีกว่ากรอบความร่วมมือในครั้งนี้จะมีตั้งแต่การใช้ทรัพยากรร่วมกันให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น วิทยากร ครูฝึก อาคารสถานที่ แลกเปลี่ยนความรู้ วิทยากร เทคโนโลยีสมัยใหม่ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาฝีมือแรงงานในหลักสูตรที่เกี่ยวกับสาขาเทคโนโลยีชั้นสูง อาทิ สาขาโลจิสติกส์ สาขาดิจิทัล/ท่องเที่ยวและบริการ/แมคคาทรอนิกส์ สาขาเกษตรแปรรูปและอาหาร สาขาไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และโทรคมนาคม สาขางานเชื่อม สาขาเทคโนโลยียานยนต์ เป็นต้น โดยรองรับการพัฒนาทักษะให้แก่พนักงานของบริษัทไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 และได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ. 2545 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมและเป็นไปตามที่ทั้งสองฝ่ายตกลงร่วมกันตามภารกิจที่เหมาะสม กพร. จะให้การสนับสนุนเงินกู้ยืมและให้เงินช่วยเหลือหรือเงินอุดหนุนจากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานแก่บริษัท เพื่อเป็นการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานให้แก่พนักงาน รวมทั้งส่งเสริมระบบทวิภาคีและสหกิจศึกษา ตลอดจนร่วมมือเพื่อเข้าสู่ธุรกิจ “Green Jobs” ด้วย ซึ่งเป็นงานที่ช่วยสร้างเศรษฐกิจซึ่งจะช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และในที่สุดจะนำไปสู่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคม ให้แก่องค์กรและประเทศชาติ “ความร่วมมือในครั้งนี้มีประโยชน์อย่างมาก สถานประกอบการจะมีพนักงานที่มีความรู้ความสามารถเพิ่มมากขึ้นในสาขาเทคโนโลยีชั้นสูง และยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามพ.ร.บ.ดังกล่าว ด้านมหาวิทยาลัยจะมีสามารถจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรที่เกี่ยวกับสาขาเทคโนโลยีชั้นสูงให้แก่นักศึกษาของตนเพื่อป้อนสูงตลาดแรงงานทั้งในและต่างประเทศ โดยสาขานี้ยังเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก และที่สำคัญที่สุดประเทศจะได้ประโยชน์อย่างยิ่ง เมื่อแรงงานมีการพัฒนาทักษะฝีมือเป็นกำลังแรงงานยุคประเทศไทย 4.0 แล้ว ก็จะต่อยอดในการมีงานทำ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อสร้างความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนในอนาคตต่อไป” รมว. กระทรวงแรงงาน กล่าว
ว้นที่ข่าว : 24/05/2560
|