หน้าแรก > เว็บบอร์ด > สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557
เว็บบอร์ด
 

ดู : 3990 | ตอบ : 0 ชื่อกระทู้ สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 (อ่าน 3990 ครั้ง)
GUEST
โพสเมื่อ 19 มีนาคม 2559

สรุปสาระสำคัญพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557

 

๑. ความเป็นมา

พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2557 โดยจะมีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป (มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2558 เป็นต้นไป) โดยเป็นกฎหมายที่แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 ซึ่งยังไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับการกำกับดูแลผู้ประกอบอาชีพที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะ ดังนั้น เพื่อเป็นการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานของผู้ประกอบอาชีพในประเทศไทยให้มีมาตรฐาน และคุ้มครองความปลอดภัยสาธารณะจากการทำงาน

 

๒. สาระสำคัญ

หลักการ

พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2557 กำหนดให้การประกอบอาชีพในสาขาอาชีพ ตำแหน่งงาน หรือลักษณะงานใดที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะหรือต้องดำเนินการโดยผู้มีความรู้ความสามารถที่ได้รับการรับรองความรู้ความสามารถ โดยมีระบบการประเมินเพื่อรับรองความรู้ความสามารถ และให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจควบคุมการดำเนินการของศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ กำหนดให้ค่าธรรมเนียมที่ได้รับจากการรับรองความรู้ความสามารถตกเป็นของกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการรับรองความรู้ความสามารถ อีกทั้งกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อเป็นการจูงใจให้ผู้ประกอบกิจการเข้าร่วมในกระบวนการพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมทั้งปรับปรุงองค์ประกอบของคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

 

สรุปสาระสำคัญ

๑. ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มีอำนาจประกาศกำหนด สาขาอาชีพ หรือตำแหน่งงานหรือลักษณะงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะ หรือต้องใช้ผู้มีความรู้ความสามารถ ต้องดำเนินการ
โดยผู้ได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ

๒. ให้มีการประเมินเพื่อรับรองความรู้ความสามารถ มีศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถ
ทำหน้าที่ประเมินและออกหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ

๓. ให้มีสมุดประจำตัว เพื่อบันทึกประวัติของบุคคล การศึกษา การฝึกอบรม การสัมมนา การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน การประกอบอาชีพหรือการทำงานที่ผ่านมาเพื่อประโยชน์ในการจ้างงาน

๔. ให้มีการปรับผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้

 

การรับรองความรู้ความสามารถ คืออะไร

ผู้ประกอบอาชีพที่จะทำงานในสาขาอาชีพ ตำแหน่งงานหรือลักษณะงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะ หรือต้องใช้ผู้มีความรู้ความสามารถตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ต้องผ่านการประเมินเพื่อรับรองความรู้ความสามารถ โดยวัดค่าทักษะฝีมือความรู้ความสามารถ ประสบการณ์หรือความสำเร็จในการประกอบอาชีพ และคุณลักษณะส่วนบุคคล โดยยื่นคำขอต่อกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรา 26/4 (2) เพื่อขอประเมินความรู้ความสามารถ เมื่อผ่านการประเมิน
ก็จะได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ

 

 

 

 

 

สมุดประจำตัว คืออะไร

สมุดประจำตัวเป็นเอกสารที่ใช้ในการบันทึกประวัติของบุคคลในส่วนที่เกี่ยวกับการศึกษา
การฝึกอบรม การสัมมนา การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน การประกอบอาชีพ การทำงานที่ผ่านมา หรือข้อมูลอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพหรือการจ้างงาน

สมุดประจำตัวเป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบอาชีพหรือลูกจ้างที่ประสงค์จะนำข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพหรือการจ้างงานมาขอให้นายทะเบียนบันทึกข้อมูลไว้ให้ โดยผู้ที่ประสงค์จะมี
สมุดประจำตัวต้องยื่นคำขอต่อนายทะเบียน ณ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือหน่วยงานภายในสังกัดกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับข้อมูลที่จะขอให้บันทึก เช่น เอกสารทางการศึกษา หนังสือรับรองการผ่านงาน หนังสือรับรองที่ได้จากการฝึกอบรมหรือการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน เป็นต้น สมุดประจำตัว
อาจใช้เป็นส่วนหนึ่งในการประเมินเพื่อรับรองความรู้ความสามารถและเพื่อประโยชน์ในการจ้างงาน

 

ผู้ประกอบกิจการจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง

ผู้ประกอบกิจการที่มีการจ้างงานในสาขาอาชีพ ตำแหน่งงาน หรือลักษณะงานที่อาจเป็นอันตราย
ต่อสาธารณะ หรือต้องใช้ผู้มีความรู้ความสามารถซึ่งต้องดำเนินการโดยผู้ได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานประกาศกำหนด จะต้องจ้างผู้ได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถเข้าทำงานในตำแหน่งงานดังกล่าว

หากผู้ประกอบกิจการฝ่าฝืน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสามหมื่นบาท และผู้ปฏิบัติงานที่ไม่มีหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท

 

ประโยชน์ที่จะได้รับ

1. ประโยชน์ต่อสาธารณะ

เพื่อเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยสาธารณะ จากความเสียหายที่เกิดจากผู้ประกอบอาชีพ
ไม่มีความชำนาญในการทำงานอย่างแท้จริง อันส่งผลกระทบต่อตัวผู้ประกอบอาชีพเอง ต่อผู้ประกอบกิจการชุมชน สังคม และส่งผลกระทบต่อศักยภาพในการการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ

2. ประโยชน์ที่นายจ้างจะได้รับ

(1) นายจ้างสามารถคัดเลือกบุคคลที่มีทักษะฝีมือ ความรู้ความสามารถ ความชำนาญเฉพาะและเหมาะสมกับตำแหน่งงานนั้นอย่างแท้จริงเข้าทำงาน เพิ่มผลิตภาพแรงงาน (Productivity) ลดความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากผู้ปฏิบัติงานที่ขาดความรู้ความสามารถ

(2) เพิ่มเติมหลักเกณฑ์ของผู้ประกอบกิจการที่ไม่ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานอีกสองกรณี ได้แก่ ผู้ประกอบกิจการที่มีลูกจ้างที่เข้ารับการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติและผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และผู้ประกอบกิจการที่มีลูกจ้างผ่านการรับรองความรู้ความสามารถ

(3) ประโยชน์ที่จะได้รับการพิจารณาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายที่แสดงให้เห็นว่าเป็นผู้ประกอบกิจการซึ่งจ้างงานผู้ได้รับหนังสือรับรองความรู้ความสามารถ

3. ประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับ

(1) ทำให้มีการพัฒนาและยกระดับฝีมือของผู้ประกอบอาชีพให้มีมาตรฐานฝีมือและทักษะ
ที่สูงขึ้น มีผลการปฏิบัติงานที่มีคุณภาพ ลดความเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายจากการทำงาน

(2) เป็นการคัดกรองผู้ปฏิบัติงานในตำแหน่งงานต่างๆ ให้มีทักษะฝีมือ ความรู้ความสามารถ ความชำนาญเฉพาะและเหมาะสมกับตำแหน่งงานนั้นอย่างแท้จริง

(3) สามารถขอให้นายทะเบียนบันทึกข้อมูลในสมุดประจำตัวในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
การฝึกอบรม การสัมมนา การทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน การประกอบอาชีพ การทำงานที่ผ่านมา
เพื่อประโยชน์ในการประกอบอาชีพหรือการจ้างงาน