ก.แรงงานส่งความสุขปีใหม่

DSC_0852

ก.แรงงานส่งความสุขปีใหม่ ด้วยนโยบายรมว.แรงงานหลายประการ

 

นายพงศักดิ์  เปล่งแสง  โฆษกกระทรวงแรงงานฝ่ายการเมือง ได้กล่าวว่า จากที่สวนดุสิตโพลได้สำรวจความคิดเห็นของคนไทยช่วงปีใหม่ 2553 ถึงการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในสังคมไทยคืออะไร ซึ่งร้อยละ 32.27 ระบุว่า การมีอาชีพ และรายได้ที่มั่นคง ขณะเดียวกันมีคำถามว่า คิดว่าเรื่องใดที่จะทำให้ความสุขปีใหม่ลดลง ซึ่งมีถึงสองคำตอบในสิบอันดับแรก คือร้อยละ 10.17 ระบุว่าเป็นปัญหาเรื่องปากท้อง ค่าครองชีพที่สูงขึ้น รายรับไม่พอกับรายจ่าย  ส่วนอีกร้อยละ 8.38 ระบุว่าเป็นปัญหาการว่างงาน

 

            ทั้งนี้ จะเห็นว่าทั้งความสุขและความกังวลใจเกี่ยวข้องกับการมีงานทำและรายได้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงานโดยตรง ดังนั้นนายไพฑูรย์  แก้วทอง  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน             จึงวางยุทธศาสตร์การทำงานในปี 2553 โดยนโยบายและกิจกรรมหลักในหลายๆ ด้านคือ

            1.การกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจโดยผ่านการพัฒนาฝีมือแรงงานให้มีศักยภาพสูงขึ้น       เพราะจะทำให้ผลผลิตสูงขึ้น รายได้สูงขึ้น ผู้ใช้แรงงานที่มีทักษะฝีมือแรงงานก็มีรายได้สูงขึ้น รูปธรรมคือการแก้ไขพ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน การปรับศักยภาพสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานและศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน ตลอดทั้งหลักสูตรฝึกอบรมให้สอดคล้องกับโครงสร้างตลาดแรงงาน          โดยใช้งบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็ง โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานประกาศให้เป็นปีแห่งการพัฒนาฝีมือแรงงาน 2.กระทรวงแรงงานจะส่งเสริมสนับสนุนงานทางด้านความรับผิดชอบทางสังคม หรือ CSR : Cooperate Social Responsibility ให้สถานประกอบการสี่แสนกว่าแห่งปฏิบัติตามกฎหมายแรงงานที่เกี่ยวข้อง และเพิ่มจำนวนสถานประกอบการที่ได้รับ มรท.8001-2546 เพิ่มจำนวนสถานประกอบการแรงงานสัมพันธ์ดีเด่น  เพิ่มจำนวนสถานประกอบการดีเด่นทางด้านความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนด้านอื่นๆ

            3.ให้กระทรวงแรงงานให้การสนับสนุนส่งเสริมแรงงานที่เป็นคนรุ่นใหม่ (Generation Y)     ซึ่งเป็นคนมีความสามารถทางเทคโนโลยี ความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง การเรียนรู้ อย่างต่อเนื่อง (long life learning) และมีความมั่นใจในตนเอง ตลอดทั้งมุ่งให้ความสำคัญกับกลุ่มคนเก่ง (talent) อีกด้วย

4.น้อมนำพระราชดำรัสเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2552 มาเป็นทิศทางหลักในการบริหารงานกระทรวงแรงงาน และการบริหารแรงงานสัมพันธ์ในเชิงรุก ให้เกิดแรงงานสัมพันธ์ที่ดี มีสันติสุข   อย่างยั่งยืน แก่สถานประกอบการสี่แสนแห่ง

5.ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานประกอบการและสหภาพแรงงานน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ โดยการจัดตั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบการและสหภาพแรงงานเกิดขึ้น

            6.เป็นปีแห่งการขับเคลื่อนแรงงานปลอดภัยและสุขภาพดี โดยเร่งรัดกฎหมายความปลอดภัยให้ผ่านรัฐสภา รณรงค์การป้องกันสุขภาพและความปลอดภัยผู้ประกันตนและแรงงาน ให้เกิด วัฒนธรรมสุขภาพและความปลอดภัยในการใช้ชีวิตและการทำงาน

7.เป็นปีแห่งการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง โดยเฉพาะสัญชาติพม่า       เพื่อการจัดระบบให้มีความเหมาะสมและความมั่นคง

8.เป็นปีแห่งการนำแรงงานนอกระบบเข้าสู่ระบบประกันสังคมด้วยการให้ความคุ้มครอง         5 กรณี จากประมาณการเบื้องต้น 900,000 คน  จาก  2,400,000 คน

            9.เป็นปีแห่งการขจัดการหลอกลวงแรงงานไทยไปทำงานในต่างประเทศทุกรูปแบบ            และส่งเสริมการไปทำงานอย่างมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์  10.เป็นปีแห่งการก้าวไปข้างหน้าด้วยการทำงานที่มีคุณค่า และการผลักดันอนุสัญญาแรงงานระหว่างประทศ ฉบับที่ 87 และ 98

            นายพงศักดิ์กล่าวด้วยว่า ตลอด 1 ปีที่ผ่านมาซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและข้าราชการได้ทำงานอย่างหนัก รวมทั้งฝ่ายนายจ้างและผู้ใช้แรงงานได้ให้ความร่วมมือจนเป็นผลประจักษ์ เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของรัฐบาลในการก้าวพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง  ดังนั้นในปี 2553 จึงเป็นปีแห่งการทำงานที่ต่อยอดองค์ความรู้ของพันธกิจประจำและนโยบายของรัฐบาล เพื่อสร้างความมั่นคงในหลากหลายมิติให้กับกระทรวงแรงงาน นายจ้าง และผู้ใช้แรงงานทั้ง 37 ล้านคนอย่างยั่งยืนตลอดไป