เปิดให้กู้กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน มีนาคมนี้

hands-come-togther.jpgเตรียมใช้เม็ดเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน 377.6 ล้านบาทสร้างโอกาสหลังวิกฤติ ปล่อยกู้ฝึกอบรมช่วงออเดอร์ชะลอตัวให้4กลุ่มเป้าหมาย คาดกลางเดือนมีนาคมเริ่มดำเนินการได้ โทร.สอบถามที่ 02 245 3217

เปิดให้กู้กองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน มีนาคมนี้

 เตรียมใช้เม็ดเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน 377.6 ล้านบาทสร้างโอกาสหลังวิกฤติ ปล่อยกู้ฝึกอบรมช่วงออเดอร์ชะลอตัวให้4กลุ่มเป้าหมาย คาดกลางเดือนมีนาคมเริ่มดำเนินการได้ นายนคร ศิลปอาชา อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันจำนวนสถานประกอบกิจการทั่วประเทศมีจำนวน 381,608 แห่ง มีลูกจ้างในระบบประกันสังคม 9.3 ล้านคน สถานประกอบกิจการที่อาจมีปัญหาออเดอร์น้อยลงน่าจะฉวยโอกาสอบรมพัฒนาฝีมือแรงงานลูกจ้าง ซึ่งนอกจากจะเป็นการชะลอเลิกจ้างแล้ว ยังช่วยเพิ่มทักษะแรงงานรองรับเศรษฐกิจที่จะมาถึง เพราะช่วงออเดอร์เยอะจะไม่มีโอกาสฝึกคน นับเป็นการลงทุนไปแล้วไม่สูญเปล่า ค่าใช้จ่ายสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่าในช่วงปลายปี ดังนั้น ช่วงนี้จึงน่าจะใช้โอกาสจากการที่เศรษฐกิจชะลอตัว โดยใช้ประโยชน์จากกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน ซึ่งนักวิชาการหลายคนเห็นว่าน่าจะนำเม็ดเงิน 377.6 ล้านบาทมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งขณะนี้ ทางกองทุนฯ กำลังเร่งดำเนินการกำหนดหลักเกณฑ์การปล่อยกู้ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมฯ และมีคณะกรรมการพิจารณารายละเอียด เพื่อให้เกิดความรัดกุมในการกำหนดวงเงินปล่อยกู้ต่อไป คาดว่าภายในเดือนมีนาคมน่าจะดำเนินการได้ สำหรับผู้มีสิทธิกู้ยืมเงินกองทุนดังกล่าว มี 4 กลุ่มคือ 1. ผู้รับการฝึกที่กู้ไปอบรมกับนายจ้างเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว 2. สถานประกอบกิจการกู้ไปฝึกให้กับลูกจ้าง 3. ผู้ดำเนินการฝึกหรือ ศูนย์ฝึกอบรม และ 4. ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงาน หรือ ศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน ทั้งนี้สถานประกอบการที่จะปล่อยให้กู้ยืมเงินจากกองทุนในการพัฒนาลูกจ้างจะไม่ซ้ำซ้อนกับกลุ่มที่ทางรัฐบาลให้ความช่วยเหลือแล้ว อย่างไรก็ดี การที่กองทุนฯยังไม่สามารถนำเงินมาปล่อยให้กู้ได้ในขณะนี้ เนื่องจากทางกรมฯ ต้องการให้เกิดความชัดเจนและรัดกุม เนื่องจากเงินทุกบาทที่ออกจากกองทุนต้องกลับมาใช้ประโยชน์หมุนวียนให้คนอื่นใช้ต่อไป สำหรับหลักสูตรที่จะกู้ยืมไปอบรมให้กับลูกจ้างนั้น ทางคณะกรรมการฯ จะพิจารณาจากหลักสูตรที่สอดคล้องกับการพัฒนาอุตสากรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อย่างสาขาช่างที่ขาดแคลนจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ อาทิ ช่างเชื่อม ช่างเทคโนโลยีระดับสูง ส่วนผู้ที่ถูกเลิกจ้าง จะไม่เข้าข่ายการกู้ยืมเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาฝีมือแรงงาน แต่สามารถใช้สิทธิจากกองทุนประกันสังคมกรณีว่างงาน โดยจะได้รับสิทธิในการเข้ารับการฝึกอบรมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ  อยู่แล้วในส่วนของสถานประกอบการที่เข้าข่ายบังคับตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545 คือสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ่างตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ฝึกอบรมลูกจ้างร้อยละ 50 ทุกปี นายนครกล่าวว่า สถิติผู้ยื่นแบบเงินสมทบ (สท.2) สูงขึ้นทุกปีและผู้ใช้ประโยชน์มีความเข้าใจในหลักการของ พ.ร.บ.ฯ มากขึ้น ในปีงบประมาณ 2550 มีสถานประกอบกิจการในข่ายบังคับจำนวน 13,972 แห่ง มีลูกจ้าง 6,528,604 คน จัดฝึกอบรมครบตามสัดส่วนที่กำหนด จำนวน 9,211 แห่ง มีลูกจ้างได้รับการพัฒนา 2,586,486 คน สถานประกอบกิจการจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน จำนวน 1,074 แห่ง เป็นเงิน 33,615,756.95 บาทปีงบประมาณ 2551 สถานประกอบกิจการเข้าข่ายบังคับ 13,733 แห่ง มีลูกจ้าง 6,309,200 คน จัดฝึกอบรมครบตามสัดส่วนจำนวน 8,927 แห่ง มีลูกจ้างที่ได้รับการอบรม จำนวน 2,959,344 คน สถานประกอบกิจการจ่ายเงินสมทบ 874 แห่ง เป็นเงินสมทบเข้ากองทุน 24,885,056 บาท  ทั้งนี้ เงินสมทบที่เกิดขึ้นจะเข้าสู่กองทุนเพื่อการพัฒนาฝีมือแรงงานดังที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ซึ่งคาดว่าสัดส่วนการเติบโตของกองทุนฯ จะไม่โตขึ้น เนื่องจากสถานประกอบกิจกาจในข่ายบังคับมีการตื่นตัวในการพัฒนาศักยภาพลูกจ้าง ดังนั้นการบริหารจัดการกองทุนดอกผลจะเกิดจากการให้กู้ยืมโดยคิดดอกเบี้ยต่ำ สำหรับสถานประกอบกิจการที่ต้องการกู้ยืมเงินจากกองทุนฯ สามารถสอบถามรายละเอียดก่อนได้ที่ฝ่ายกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 02 245 1707 ต่อ 405 นายนครกล่าว   

ตารางเปรียบเทียบสถิติผู้ใช้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน พ.ศ.2545

  
ปีงบ สปก.ในข่าย(แห่ง) ขึ้นทะเบียน (แห่ง) ยื่นแบบสท.2 (แห่ง) จ่ายเงินสมทบ(แห่ง)
2550 13,972(ลูกจ้าง6,528,604 คน) 9,211(ลูกจ้าง4,222,923 คน) 8,137(ลูกจ้าง2,586,486 คน) 1,074(33,615,756.95 บาท)
2551 13,733(ลูกจ้าง6,309,200 คน) 9,801(ลูกจ้าง2,959,344 คน) 8,927(ลูกจ้าง 2,905,822 คน) 874 (24,885,056.740บาท)